สัญลักษณ์ซักผ้ามีอะไรบ้าง สังเกตสัญลักษณ์ดูแลผ้าก่อนซัก
เสื้อผ้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สามารถสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้ ทำให้แต่ละบ้านมีเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดนักเรียน ชุดทำงาน ชุดอยู่บ้าน หรือชุดออกกำลังกาย เสื้อผ้าแต่ละแบบล้วนต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนั้น การสังเกตสัญลักษณ์ซักผ้าเพื่อทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จึงกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้การดูแลเครื่องซักผ้าให้สะอาดหรือล้างเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ
สัญลักษณ์ซักผ้าคืออะไร ต้องดูตรงไหน
สัญลักษณ์ซักผ้า คือ เครื่องหมายที่ปรากฏบนป้ายเสื้อผ้า สัญลักษณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทราบว่าควรดูแลรักษาเสื้อผ้าแต่ละชิ้นอย่างไร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วิธีการซักผ้า การตากผ้า หรือการรีดผ้า
หากทำตามวิธีที่แนะนำจะช่วยรักษาคุณภาพของผ้า และช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้านั้นได้นานขึ้น ซึ่งสามารถสังเกตสัญลักษณ์ดูแลผ้าได้บริเวณคอเสื้อหรือชายเสื้อด้านใน ที่จะมีลักษณะเป็นป้ายขนาดเล็ก ๆ ติดอยู่
แต่ละสัญลักษณ์ซัก อบ รีด จะมีความหมายเฉพาะเจาะจง ที่ช่วยให้ทราบถึงขั้นตอนและข้อควรระวังที่เหมาะสมในการดูแลเสื้อผ้าแต่ละชนิด ซึ่งไม่ว่าจะนำเสื้อผ้านั้นไปซักกับเครื่องซักผ้ายี่ห้อไหนหรือมีขนาดเครื่องซักผ้าเล็กหรือใหญ่ สัญลักษณ์ซักผ้านั้นก็เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งสิ้น
การสังเกตสัญลักษณ์ซักผ้าจำเป็นอย่างไร ทำไมต้องรู้จักเครื่องหมายการซักผ้า
สัญลักษณ์การดูแลผ้าเป็นเหมือนคำแนะนำจากผู้ผลิต ที่ช่วยให้เราสามารถดูแลเสื้อผ้าที่ซักด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้าหรือฝาบนได้อย่างถูกต้อง เมื่อเราทราบว่าสัญลักษณ์ซักผ้าหมายถึงอะไร และต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าชำรุดหรือเสียหายก่อนเวลาอันควรได้
ตัวอย่างเช่น หากเสื้อผ้ามีสัญลักษณ์ผ้าห้ามอบแล้วเผลอเอาไปอบด้วยความร้อนสูง ก็อาจมีผลให้ผ้าหดจนเสียทรงไปจากเดิมได้ เป็นต้น
การเข้าใจสัญลักษณ์การซักผ้าจึงไม่เพียงแค่ช่วยให้เสื้อผ้าอยู่ในสภาพดีไปได้นาน ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดเงินในระยะยาว เพราะไม่ต้องคอยซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อย ๆ และไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาเสื้อผ้าชำรุดอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ การดูแลเสื้อผ้าอย่างถูกวิธีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และเมื่อเราเข้าใจสัญลักษณ์เหล่านี้แล้ว การซักผ้าก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
รวม 6 สัญลักษณ์ซักผ้าที่จำเป็นต้องรู้
การดูแลเสื้อผ้าอย่างเหมาะสมจะช่วยถนอมเนื้อผ้าให้ใช้ได้นาน ดังนั้น การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามสัญลักษณ์เครื่องซักผ้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องมาอธิบายให้ชัดเจนในบทความนี้ โดยสามารถแบ่งสัญลักษณ์ซักผ้าออกได้เป็น 6 หมวดหมู่ ดังนี้
1. การซักผ้า ต้องควบคุมอุณหภูมิและใช้โหมดอย่างถูกต้อง
สัญลักษณ์การซักมักจะแสดงเป็นรูปกะละมังซักผ้า ที่กำกับด้วยตัวเลข เส้น หรือสัญลักษณ์พิเศษ ที่บ่งบอกความหมายที่แตกต่างกันไป ดังนี้
ไม่มีขีดใต้กะละมัง สามารถซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าฝาบนหรือฝาหน้าในโหมดทั่วไปได้
มีขีดใต้กะละมัง 1 ขีด ควรซักผ้าชิ้นนี้ในโหมดลดรอยยับ
มีขีดใต้กะละมัง 2 ขีด ควรซักในโหมดถนอมผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าเสียหาย
มีรูปกากบาททับกะละมัง หมายถึงสัญลักษณ์ห้ามซักด้วยวิธีปกติโดยเด็ดขาด สามารถซักแห้งได้เท่านั้น
มีรูปมือในกะละมัง สัญลักษณ์ห้ามซักเครื่อง และควรซักผ้าชนิดนี้ด้วยมือเท่านั้น
ตัวเลขในกะละมัง ตัวเลขที่ปรากฏหมายถึง ตัวเลขของอุณหภูมิที่แนะนำให้ใช้ซักผ้า ว่าควรกำหนดอุณหภูมิไม่เกินเท่าไหร่ในหน่วยเซลเซียส เช่น ตัวเลข 30 หมายถึง ควรซักผ้าที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 ํC
2. การซักแห้ง สัญลักษณ์ซักผ้าที่บอกให้รู้ว่าซักแห้งได้ไหม หรือต้องใช้น้ำยาประเภทไหน
สัญลักษณ์ที่บอกถึงวิธีซักแห้งจะแสดงเป็นรูปวงกลมที่อาจมีหรือไม่มีตัวอักษรกำกับข้างใน ดังนี้
รูปวงกลม สัญลักษณ์ซักแห้งได้
รูปวงกลมที่มีกากบาททับ สัญลักษณ์ซักผ้าที่บอกให้รู้ว่าห้ามซักแห้งโดยเด็ดขาด
รูปวงกลมมีตัวอักษร A สามารถซักแห้งได้ด้วยน้ำยาทุกชนิด
รูปวงกลมมีตัวอักษร P สามารถซักแห้งได้ด้วยน้ำยาทุกชนิด ยกเว้นไตรคลอโรเอทธิลีน
รูปวงกลมมีตัวอักษร F สัญลักษณ์ซักแห้งที่ต้องใช้น้ำยาซักแห้งชนิดสารละลายไฮโดรคาร์บอนเท่านั้น
3. การอบแห้ง ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม
สัญลักษณ์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายใน ซึ่งอาจมีจุดเพื่อแสดงถึงอุณหภูมิการอบที่เหมาะสม รวมถึงยังมีสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องหมายห้ามอบผ้าที่ควรต้องรู้จักไว้ด้วย รายละเอียดมีดังนี้
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายใน สัญลักษณ์อบผ้าที่อบแห้งได้ทุกอุณหภูมิ
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายใน พร้อมจุด 1 จุด สามารถอบแห้งได้ด้วยอุณหภูมิประมาณ 60 ํC
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายใน พร้อมจุด 2 จุด สามารถอบแห้งได้ด้วยอุณหภูมิประมาณ 70 ํC
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายใน พร้อมจุด 3 จุด สามารถอบแห้งได้ด้วยอุณหภูมิประมาณ 80 ํC
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมทึบภายใน สามารถอบแห้งแบบเป่าลม โดยไม่ใช้ความร้อนได้
รูปสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมภายในและมีกากบาททับ สัญลักษณ์ห้ามเข้าเครื่องอบผ้าโดยเด็ดขาด
4. การใช้สารฟอกขาว ต้องให้ความสำคัญกับสารคลอรีน
การใช้สารฟอกขาวจะช่วยขจัดคราบสกปรก ฆ่าเชื้อโรค หรือป้องกันกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ แต่เนื่องจากเป็นสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหากใช้อย่างไม่ถูกต้อง จึงต้องรู้จักสัญลักษณ์ในการซักผ้าต่าง ๆ ให้ดีก่อนใช้ ดังนี้
รูปสามเหลี่ยม สัญลักษณ์ซักผ้าที่มีความหมายว่าสามารถใช้สารฟอกขาวได้ทุกชนิด
รูปสามเหลี่ยมที่มีกากบาททับ ห้ามใช้สารฟอกขาวโดยเด็ดขาด
รูปสามเหลี่ยมมีอักษร CL ภายใน สัญลักษณ์ซักผ้าที่บอกว่าสามารถใช้สารฟอกขาวที่มีคลอรีนได้
รูปสามเหลี่ยมมีขีดแนวทแยง 2 เส้นภายใน เครื่องหมายนี้หมายความว่าสามารถใช้สารฟอกขาวได้เช่นกัน แต่ห้ามใช้สารที่มีคลอรีนเป็นส่วนผสม
5. การตากผ้า ก็ต้องดูสัญลักษณ์ให้ละเอียดเพื่อป้องกันเสื้อผ้าเสียทรง
หากไม่ต้องการให้เสื้อผ้าเสียทรงเพราะตากผิดวิธี ต้องรู้จักสัญลักษณ์เหล่านี้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม และมีรายละเอียดด้านในที่ต่างกัน ดังนี้
รูปสี่เหลี่ยม สามารถตากผ้าได้ทุกวิธี
รูปสี่เหลี่ยมที่มีกากบาททับ สัญลักษณ์ดูแลเสื้อผ้าที่แนะนำว่าห้ามตากโดยเด็ดขาด โดยส่วนใหญ่มักจะปรากฏร่วมกับสัญลักษณ์ห้ามซัก
รูปสี่เหลี่ยมที่มีเส้นครึ่งวงกลมอยู่ด้านบน เป็นสัญลักษณ์ที่แนะนำให้ตากด้วยการแขวน
รูปสี่เหลี่ยมที่มีขีดแนวนอน 1 ขีด เสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์นี้ควรตากในแนวราบ
รูปสี่เหลี่ยมที่มีขีดแนวตั้ง 3 ขีด สามารถตากผ้าโดยใช้ไม้หนีบติดกับราวในขณะที่ผ้ายังเปียกได้
รูปสี่เหลี่ยมที่มีเส้นทแยงที่มุมซ้ายบน 2 ขีด บ่งบอกว่าสามารถตากด้วยวิธีใดก็ได้ แต่ควรตากผ้าในร่มเท่านั้น หรือไม่ควรตากกลางแดด
6. การรีดผ้า ต้องพิจารณาเรื่องอุณหภูมิเป็นหลัก
สัญลักษณ์รีดผ้าจะแสดงเป็นรูปเตารีดและมีจุดอยู่ข้างใน ซึ่งบอกถึงช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการรีดผ้า ดังนี้
รูปเตารีด บอกว่าสามารถรีดผ้าได้ และรีดที่อุณหภูมิใดก็ได้
รูปเตารีดที่มีกากบาททับ สัญลักษณ์ห้ามรีดผ้าโดยเด็ดขาด
รูปเตารีดที่มีจุด 1 จุด ควรรีดผ้าด้วยความร้อนต่ำ
รูปเตารีดที่มีจุด 2 จุด ควรรีดผ้าด้วยความร้อนปานกลาง
รูปเตารีดที่มีจุด 3 จุด สามารถใช้ความร้อนสูงในการรีดผ้าได้
รูปเตารีดที่มีขีดด้านล่างและมีกากบาททับ สัญลักษณ์ห้ามรีดด้วยไอน้ำ
ดูแลเสื้อผ้าตามสัญลักษณ์ซักผ้าช่วยถนอมผ้าให้ใช้ได้ยาวนาน
หลังจากทราบสัญลักษณ์ซักผ้าที่หลากหลายไปแล้ว ครั้งหน้าก่อนที่จะโยนเสื้อผ้าลงเครื่อง ก็อย่าลืมดูสัญลักษณ์ให้ดีเสียก่อน จะได้แยกผ้าตามลักษณะที่แตกต่างกันได้ถูก การใส่ใจกับสัญลักษณ์ดูแลเสื้อผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้รักษาเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพที่ดีได้นานที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับเครื่องซักผ้าด้วยเช่นกัน เพราะเครื่องซักผ้าที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย และมีโหมดการซักที่ครอบคลุม มีส่วนช่วยให้การจัดการงานบ้านเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวล
เครื่องซักผ้า Beko จะเป็นผู้ช่วยให้การดูแลเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย เพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ช่วยให้การซักผ้าไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะนวัตกรรมของเครื่องซักผ้า Beko จะช่วยป้องกันผ้าหด หรือลดความเสียหายระหว่างการซักได้ อุ่นใจกว่ากับการรับประกันมอเตอร์ยาวนาน 12 ปี และ on-site service 2 ปี รายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.beko.com/th-th/aquatech